T16 คนึงนิตย์ กรุณาดวงจิตร
30 May 2019
Image Description

Burnout!!!

วันนี้สนใจภาวะหมดไฟในการทำงานค่ะ เพราะ ไม่คิดว่าภาวะที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตการทำงานของเราจะกลายเป็นโรคๆนึงได้ เลยศึกษาอ่านบทความเกี่ยวกับภาวะ burnout syndrome กล่าวไว้ว่า

ที่ประชุมองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ที่ประชุมมีมติพิจารณาให้ ‘ภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ’ (Burnout) เป็นสภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในทางการแพทย์เป็นครั้งแรกในคู่มือวินิจฉัยและจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ (The International Classification of Diseases) หรือ ICD-11
โดยนิยามลักษณะอาการของภาวะดังกล่าวมักใช้ในบริบทของความเมื่อยล้าหมดไฟที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นผลที่เกิดจากความเครียดในการทำงานหรือการทำงานไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจจะทำให้ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น

ลักษณะอาการที่เข้าข่ายมีภาวะ Burnout นี้คือ
1. รู้สึกหมดไฟ เหนื่อยล้า พลังชีวิตหดหาย
2. มีความรู้สึกไม่อยากทำงาน ต้องการมีระยะห่างจากงานหรือมีทัศนคติเชิงลบต่องานที่เกี่ยวข้อง และ
3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

ส่วนสัญญาณของ อาการ Burnont Symdrome
อาจจะเกิดจากปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น การรับผิดชอบในหน้าที่ที่ไม่ถนัด, การอยู่ในสภาวะกดดัน, ไม่มีเวลาพักผ่อน ตลอดจนมีปัญหาส่วนตัวกับคนรอบข้าง นั่นเอง

ส่วนของการป้องกัน และ รักษาอาการ
การเรียนรู้วิธีที่จะรักษาสมดุลของการทำงานและการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพ จะทำให้ไม่รู้สึกกดดันหรือต้องรับผิดชอบหนักอยู่คนเดียวมากจนเกินไป เพราะ เมื่อชีวิตงานลงตัว และแบ่งเวลาพักผ่อน รวมถึงออกกำลังกายให้แข็งแรง เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะห่างไกลจาก Burnout Syndrome ได้ค่ะ
แต่ถ้าไม่สามารถจัดการความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง การพบจิตแพทย์ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจนเกินไป เพราะอาการเหล่านี้ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

#บันทึกเอาไว้ เผื่อเผชิญภาวะนี้จะได้หาทางแก้ไขและจัดการกับมันได้