วลัย ชัยมูล
28 August 2020
Image Description

ต้องทำยังไงถึงจะหายขี้เกียจ

เป็นคำถามที่ดีแต่ก็เป็นปัญหาโลกแตกเหมือนที่คนถาม “ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน” อยากแรกของย้อนถามกลับไปว่าทำไมเราถึงรู้สึกขี้เกียจ หลายๆคนเมื่อคิดถึงงานอะไรที่ต้องทำที่มีความยุ่งยาก ก็เกิดความท้อไม่อยากทำ และบางคนอาจจะคิดว่าถ้าทำแล้วทำได้ไม่ดีก็ไม่อยากจะทำ แต่ถ้าคนไหนบอกว่าตัวเองเป็นเป็นคนขี้เกียจเราก็จะกลายเป็นคนขี้เกียจจริง ๆ หรือเชื่อว่าความขี้เกียจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง เท่ห์ เช่นเห็นคนที่เก่งโดยไม่ต้องพยายามแล้วดูว่าเขาเท่ห์เลยอยากเป็นแบบนั้นบ้าง หรือบางคนขี้เกียจไม่ต้องทำอะไรก็ยังมีกินมีใช้เลยคิดว่าไม่ต้องดิ้นรนก็ได้ โดยส่วนตัวคิดว่าที่คนเหนือ(ความคิดเห็นส่วนตัวขีดเส้นใต้ 10 เส้น)ที่มีหลายคนเรียกว่าเป็นคน “ต๊ะต่อนยอน” เป็นมาจากภูมิประเทศที่ทำให้เราไม่ต้องกระตือรือร้นที่จะดิ้นรนมากกว่าที่อื่น ๆ เพราะแค่เดินไปไม่กี่ก้าวก็มีกินมีใช้ อากาศก็ไม่หนาวจัดหรือร้อนจัด ภัยจากธรรมชาติก็น้อยส่งผลให้คนเหนือเป็นคนขี้เกียจโดยปริยาย มีการศึกษาว่าถ้าพ่อแม่ขี้เกียจก็อาจจะส่งต่อถึงลูกได้เพราะมียีนขี้เกียจ และอีกอย่างเป็นเพราะธรรมชาติของสมองที่จะขี้เกียจเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานในการคิด แล้ววิธีที่ช่วยให้ไม่มีเกียจมีอะไรบ้าง ได้แก่ 1 การวางแผนล่วงหน้าจะทำอะไรพอถึงเวลาก็จะได้ทำตามแผนนั้น ๆ เลยไม่ต้องปล่อยให้สมองคิดว่าควรทำดีหรือไม่ควรทำ 2 การขาดเป้าหมายก็ทำให้ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร เป้าหมายที่ดีต้องเฉพาะเจาะจง ชัดเจน เป็นไปได้จริง และต้องท้าทายด้วย เช่น เราจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์จำนวน 1 แสนคำ โดยจะเขียนให้เสร็จภายใน 1 ปีและให้สามารถตีพิมพ์ได้แต่ต้องตอบได้ว่าเขียนไปเพื่ออะไร 3 ให้แตกเป้าหมายใหญ่ให้เป็นเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อที่จะทำให้เราไปถึงได้ง่ายและไม่เกิดการท้อระหว่างทำ ซอยของที่ดูใหญ่/ยาว/ยากให้เล็กลงเพื่อที่ทำได้ง่ายขึ้น 4 ทำข้อตกลงกับตัวเองสัญญาว่าจะทำอะไรก็ตามต่อให้ไม่ชอบอะไรก็ตามแต่ก็จะทำอยู่ดี เพราะถ้าเราสามารถเริ่มต้นอะไรแล้วถึงจะเป็นสิ่งที่ไม่ชอบแต่ถ้าทำไปแล้วในระยะเวลาหนึ่ง(กำหนดระยะเวลาไว้ให้ตายตัวเช่นทำอะไรก็ได้ 10 นาที)ถ้าไม่ได้ไปแล้วมีแนวโน้มจะทำสิ่ง ๆ นั้นได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มลงมือทำ 5 ต้องให้กำลังใจตัวเองหรือการติดสินบนกับตัวเองเมื่อทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองในทุก ๆ ครั้งที่ทำจะทำให้เราเกิดกำลังใจในการทำในครั้งต่อไป 6 หาคนที่เราเชื่อใจและเชื่อฟังเป็นคนมาตรวจสอบหรือเป็นคนตามคอยกระตุ้นให้เกินการทำตามสัญญาที่เราให้ไว้ 7 เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้นถ้ารู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้วขี้เกียจให้เปลี่ยนสถานที่ในการทำงานออกไปหาสถานที่ใหม่ๆ 8 วิธีการทำงานให้สำเร็จโดยการเลี่ยงปัญหา การกำจัดปัญหาให้หมดไปแล้วค่อยทำงานอาจจะเป็นการยากเกินไปแต่ถ้าต้องลงมือทำงานแล้วก็ให้หาทางเลี่ยงปัญหาไปการเกิดปัญหาทำให้เกิดแนวทางหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วยแก้ปัญหานั้น “อย่าเป็นคนขี้เกียจเฉย ๆ ควรเป็นคนขี้เกียจที่ฉลาดด้วย” ใช้ความขี้เกียจเป็นแรงผลังดังในการสร้างคิดค้นหาวิธีการ หรือสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาช่วย 9 ฝึกให้ตัวเองขี้เกียจเป็นเวลา ยอดรับความขี้เกียจของตัวเอง