วลัย ชัยมูล
1 September 2020
Image Description

มนุษย์ทำงานที่อยากมีความสุข

มนุษย์ทำงานที่อยากมีความสุข / (ผู้อ่านได้นำมาจากหนังสือเรื่อง เปิดห้องเรียนวิชาความสุข (Happier) ผู้เขียน : Tal Ben-Shahar,Ph. D. สำนักพิมพ์ : We Learn) หัวข้อนี้คงสดุดใจทุกคนที่เป็นคนทำงานไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการหรือมนุษย์เงินเดือน หลาย ๆ คนเริ่มหมดความสุขจากการทำงาน และหลาย ๆ คนเริ่มคิดที่จะออกจากงานที่กำลังทำอยู่ หัวข้อนี้เลยเป็นอะไรที่น่าสนใจอาจจะเป็นคำตอบให้หลาย ๆ คนได้ค้นพบคำตอบที่กำลังตามหา คุณคิดว่าความสุขที่ว่านั้นอยู่ที่ปัจจุบัน อดีตหรืออนาคต ก่อนที่จะตอบคำถามอยากให้ทุกคนลองจินตนาการว่ามีแฮมเบอร์เกอร์ 4 ชิ้นนี้อยู่ตรงหน้าของคุณขณะนี้ ชิ้นแรกนั้นเป็นแฮมเบอร์เกอร์ที่มีเนื้อที่ชุ่มฉ่ำ ชีสเยิมๆ ผักสลัดสดใหม่ ถ้าได้ลองกินเข้าไปต้องอร่อยสุด ๆ แต่ก็อ้วนสุด ๆ เช่นกัน ส่วนชิ้นที่ 2 เป็นแฮมเบอร์เกอร์มังสวิรัติ ไม่อร่อยแต่กินแล้วไม่อ้วน ดีต่ออนาคตของคุณแน่นอน ชิ้นที่ 3 เป็นแฮมเบอร์เกอร์ที่ไม่อร่อย กินเข้าไปก็ไม่มีต่อสุขภาพในระยะยาว ส่วนชิ้นสุดท้ายเป็นแฮมเบอร์เกอร์อร่อยสุด ๆ กินเข้าไปแล้วก็ไม่อ้วน ดีต่อสุขภาพสุด ๆ ถ้าเป็นไปได้ทุกคนก็เลือกที่จะหยิบชิ้นที่ 4 ใช้ไหมค่ะ แบบจำลองแฮมเบอร์เกอร์ นี้กล่าวถึงรูปแบบความสุขของมนุษย์ที่แตกต่างกัน 4 แบบ ประกอบไปด้วย 1) คนประเภท หนูวิ่งแข่ง (คนที่เลือกแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นที่ 2 แฮมเบอร์เกอร์มังสวิรัติ) คือ คนที่ฝากความสุขไว้กับอนาคต ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างระหว่างทางเลย คนประเภทนี้มักเข้าใจผิดว่าความโล่งใจเมื่อถึงเป้าหมายคือความสุข คนประเภทนี้คำถามที่ควรจะถามตัวเองคือระหว่างที่เราทุ่มเทในการทำงาน เรามีความสุขกับงานที่ทำจริงหรือไม่ ปัจจุบันจะมีคนประเภทนี้อยู่มากเพราะวัฒนธรรมการทำงานจะทำให้เกินคนประเภทนี้มากขึ้นยิ่งการนับผลงานนั้นจะชอบนับปริมาณมากกว่าที่จะนับคุณภาพ เช่นจะมีหลาย ๆ คนที่แชร์บทความว่า “ทำอย่างไรฉันจึงจะอ่านหนังสือให้ได้ 100 เล่มภายใน 1 ปี” ทำไมถึงเอาเกณฑ์จำนวนมาวัดถ้าคิดในทางกลับกัน “ทำอย่างไรฉันจึงจะอ่านหนังสืออย่างดื่มด่ำมากที่สุด” ถามว่าถ้าเรามั่วแต่คิดผลลัพธ์เป็นแต่ตัวเลยเท่านั้นแล้วระหว่างทางเราจะสามารถดื่มด่ำความสุขระหว่างทางได้อย่างไรกับสิ่งที่เราทำ ซึ่งจะตรงกันข้ามกับ ประเภทที่ 2) คนเจ้าสำราญ (คนที่เลือกแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นที่ 1 แฮมเบอร์เกอร์เนื้อชุ่มฉ่ำ ชีสเยิม ๆ)คือ คนที่มีความสุขอยุูกับปัจจุบัน ใช้ชีวิตไร้แก่นสาร หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่จะทำให้ตัวเองเจ็บปวด คนพวกนี้แทบไม่เคยคิดถึงอนาคตเลย ชีวิตที่ดีความเป็นชีวิตที่มีความสุขตลอดเวลา แต่ปัญหาของกลุ่มนี้คือถ้าเราชาชินกับความสุขมาถึงจุดหนึ่งแล้วจะเกิดการตั้งคำถามว่าอะไรคือเป้าหมายในชีวิต และยังมีที่หนักที่สุดคือ คนประเภทที่ 3) คนหมดอาลัยตายอยาก (คนที่เลือกแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นที่ 3 เป็นแฮมเบอร์เกอร์ที่ไม่อร่อย กินเข้าไปก็ไม่มีต่อสุขภาพ)คือ คนที่ขังตัวเองอยุ่ในอดีต ไม่สนใจทั้งปัจจุบันและอนาคต มีชีวิตอยู่กับความล้มเลว คนประเภทนี้จะเป็นคนที่เอาสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองในอดีตมาตัดสินและไม่เชื่อว่าจะสามารถดีขึ้นได้เช่นคนที่เคยอกหักก็จะไม่เชื่อในความรักอีกต่อไป และ ประเภทสุดท้าย 4) คนที่มีความสุขอย่างแท้จริง เป็นคนที่มีความสุขในปัจจุบันและมีความสุขกับอนาคตที่รออยู่ด้วย เช่นคนที่เคยเดินทางไปยอดเขาเอเวอเรสต์นั้นต้องใช้เวลาในการเดินจากตีนเขาไปถึงยอดเขานั้นใช้เวลากว่าสิบวันเจอทั้งเพื่อนเดินทางที่เกิดอาการป่วยจากภาวะการขึ้นไปบนภูเขาที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากๆ (Acute Mountain Sickness) ที่ออกซิเจนเบาบาง จนทำให้เกิดอาการทั้งเวียนหัว อาเจียน ปวดศีรษะ อากาศที่แปรปรวน กลางคืนก็นอนไม่หลับ แต่เมื่อเราเดินไปถึงยอดเขาแล้วความสำเร็จไม่ใช้แค่เพราะเราได้เดินยอดเขาเท่านั้นแต่ความสุขได้เกิดจากเพื่อนรวมทางที่เกิดอาการป่วย ความสุขที่เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ความสุขที่เกิดจากการนอนไม่หลับ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างทางหล่อหลอมให้เราสามารถเดินขึ้นจนถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ได้จนได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้า จริง ๆ แล้ว คนเราทุกคนก็มีรูปแบบทั้ง 4 นี้ผสมปนเปกันไป แต่เราควรจะรู้ว่าเราสามารถฝึกฝน การมีความสุข กับทุก ๆ เรื่องในชีวิตได้